Thai Police Shooting Club
พฤหัสบดี 24 กรกฎาคม 2014, 07:32:59 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
สว.มาร์ช  ตัวแทนประเทศไทย   ไป World Shoot XVI
  ประเภท Production 2011
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มารู้กันว่าIPSC.คืออะไร ยิงอย่างไร  (อ่าน 8751 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
อู๊ด สยป.ตร.
จงปล่อยวาง ละเว้นสิ่งที่ทำให้ชีวิตหมองหม่น
TPSC Member
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2350



ดูรายละเอียด
« เมื่อ: พฤหัสบดี 14 สิงหาคม 2008, 13:10:34 »

 



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤหัสบดี 14 สิงหาคม 2008, 15:49:01 โดย อู๊ด สยป.ตร. » บันทึกการเข้า
อู๊ด สยป.ตร.
จงปล่อยวาง ละเว้นสิ่งที่ทำให้ชีวิตหมองหม่น
TPSC Member
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2350



ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤหัสบดี 14 สิงหาคม 2008, 13:47:24 »

ลอกมาจาก http://www.thpsa.com/PHP-Nuke/html/index.php
 ขอขอบคุณ ท่านเจ้าของกระทู้ ขอแสดงคำนิยมไว้ ณที่นี้ครับ


ปืนที่ใช้ในการแข่งขัน IPSC





การแข่งขัน IPSC ที่แข่งขันในระดับสากล มีทั้งหมด 5 ดิวิชั่นหลัก คือ Open, Standard, Modified, Production และ Revolver
ในประเทศไทยปัจจุบัน (2004) แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ


1. ประเภท Standard คือ ปืนที่จำกัดการตบแต่ง ไม่สามารถติดกล้อง และ compensator ได้
ขนาดกระสุนต้องเป็นขนาด 9x19 ขึ้นไป(คิดคะแนนเป็นไมเนอร์) และขนาด 10 มม.(.40) ขึ้นไป(คิดคะแนนเป็นเมเจอร์)
เมื่อบรรจุ Magazine แล้วสามารถใส่ลงกล่องตามขนาดที่กำหนดโดย IPSC (225 mm x 150 mm x 45 mm (tolerance of +1 mm, -0 mm). ได้



2. ประเภท Open คือ ปืนที่ไม่จำกัดการตบแต่ง
 มีข้อกำหนดคือ ต้องมีขนาดกระสุน ขนาด 9 มม. หรือ ใหญ่กว่า ความยาวของ Magazine ไม่เกิน 170 มม.
 

ความจริงการยิงปืนในระบบ IPSC นั้น มี ประเภทมากกว่านี้ เช่น Production, Revolver, Modified ดูรายละเอียดข้อกำหนดได้ที่ IPSC Division List. ปืนที่ใช้ส่วนใหญ่ เป็นระบบ 1911 ตระกูล Colt. แต่ที่ใช้กันแพร่หลาย จะมีอยู่ 4 ยี่ห้อ คือ STI, SVI, PARA-ORDNANCE, CASPIAN เพราะว่าปืนพวกนี้เป็นระบบ 1911 แบบ Colt แต่เป็นแบบ Magazine 2 แถวสามารถบรรจุกระสุนได้มากกว่า โดย ขนาด .45 สามารถบรรจุได้ถึง 13 นัดขึ้นไป ขนาด .40 บรรจุได้ถึง 16-18 นัด, ขนาด 38Super บรรจุได้ 19 นัดใน Magazine ขนาดมาตรฐาน และ บรรจุได้ 27-30 นัดใน Magazine ขนาด 170 มม.

เรื่องของกระสุนปืน ปัจจุบันนักกีฬายิงปืนระบบ IPSC นิยมใช้ขนาด 38Super (Open) และ ขนาด .40 S&W (Standard) เพราะว่าเป็นกระสุนที่ลงตัว สามารถทำความเร็วกระสุนไดัตามที่กติกากำหนด ในขณะที่บรรจุกระสุนใน Magazine ได้มากกว่าขนาดอื่น ๆ
โดยรวมคือ ขนาดกระสุนอื่นเสียเปรียบกว่า จึงลงตัวที่ขนาด 38super และ .40S&W   
ส่วนกระสุนที่ใช้ในการแข่งขันก็สามารถหาซื้อได้ทั่วไป ตามสนามยิงปืน หรือ ถ้าหาไม่ได้จริง ๆ ก็ไปซื้อได้ที่ สนามยิงปืนฟาร์มจระเข้, นวมินทร์ฯ ชลบุรี.

นักกีฬาที่สนใจจะทดลองยิงในระบบนี้ แต่ไม่แน่ใจว่า จะลงทุนซื้อปืนที่นักกีฬาอื่น ๆ ใช้ดีหรือไม่นั้น สามารถใช้ปืน Semi-automatic ขนาด 9 มม ที่มีอยู่แล้ว
โดยหา magazines เพิ่มรวมอย่างน้อยประมาณ 3 อัน ก็มาแข่งขันได้ โดยอาจเลือกลงแข่งใน ประเภท Production หรือ Standard แล้วแต่กรณีปืนที่มีอยู่
ถ้าเป็นลูกโม่ก็เป็นลูกโม่เดิมลองดูใน Revolver   เมื่อพร้อมหรือติดใจอยากจะพัฒนา ก็ค่อยไปซื้อทีหลังได้.

ผู้ที่ยังไม่เคยแข่งขันในระบบใด ๆ เลย เคยแต่มีปืนแล้วไปซ้อมยิงเองเป็นครั้งคราว แนะนำว่า ควรไปรับการอบรมจากสถาบันต่าง ๆ ที่มีการสอนการยิงปืนก่อน. เพราะว่าการยิงปืนระบบนี้ ควรมีพื้นฐานการใช้อาวุธปืนที่ถูกต้อง และ ปลอดภัย ก่อน. กีฬายิงปืนประเภทนี้ต้องการความปลอดภัยสูงสุดในการฝึกซ้อม และ ในการแข่งขัน เพราะว่าในการยิงต้องมีการเคลื่อนที่ มีเป้าหลายระยะ,หลายทิศทาง การยิงแต่ละ Stage จำนวนนัด และ ลักษณะการยิงไม่เหมือนกัน. สำหรับผู้ที่ไม่เคยชินอาจสับสนได้ง่าย.

สำหรับกระสุนที่ใช้ในการแข่งขัน ต้องมี Power Factor ดังนี้ครับ
ปืน Standard Major ต้องมี Power Factor 170 ขึ้นไป และขนาดหน้าตัดกระสุนไม่ต่ำกว่า 10 มม.(.40)
ปืน Standard Minor ต้องมี Power Factor 125 ขึ้นไป และขนาดหน้าตัดกระสุนไม่ต่ำกว่า 9 มม. (9x19)
กระสุน Standard ไม่จำกัดน้ำหนักหัวกระสุน ขนาด 9x19 ขึ้นไป


ปืน Open Major ต้องมี Power Factor 160 ขึ้นไป
ปืน Open Minor ต้องมี Power factor 125 ขึ้นไป
กระสุน Open นั้นน้ำหนักหัวกระสุนต้อง 120 เกรน ขึ้นไป ขนาดต้อง 9x19 ขึ้นไปด้วย


Power Factor คำนวนโดยการ ดังนี้ครับ
น้ำหนักหัวกระสุน*ความเร็วกระสุน(หน่วยฟุต/วินาที) หารด้วย 1000 ครับ
ความเร็วกระสุนวัดโดยใช้เครื่อง Chronograph ครับ
 
อุปกรณ์ที่ใช้ในการแข่งขันยิงปืน IPSC



อุปกรณ์ต่อไปนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีใช้ในการแข่งขันยิงปืน IPSC ครับ

1. แว่นตา
ต้องใส่ทุกครั้งที่ทำการยิงปืนทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการยิงปืนประเภทใด เพราะว่าในการยิงปืนนั้นอาจจะมีเศษตะกั่วจากลูกปืนกระเด็นเข้าตาเราได้ ตาของเรามีคู่เดียวหาเปลี่ยนไม่ได้ด้วย และควรเป็นแว่นที่ใช้ในการยิงปืนเท่านั้น เพราะว่า เลนส์ของแว่นจำพวกนี้จะทนทานต่อแรงกระแทกได้ดีกว่าเลนส์ทั่วไป ถ้าจำเป็นต้องใช้แว่นสายตาควรเป็นเลนส์จำพวกพลาสติคแข็งจะดีกว่า เลนส์กระจกธรรมดา เพราะว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุอะไร แล้วเลนส์กระจกธรรมดาอาจจะแตกเข้าตาได้ แทนที่จะป้องกันกลายเป็นทำให้หนักขึ้น
ในการแข่ง IPSC นั้น กรรมการมีสิทธิ์ที่จะไม่ให้นักกีฬาทำการแข่งขันได้ ถ้าไม่ใส่แว่นตา ถือเป็นกฎเลยครับ

2. ครอบหูป้องกันเสียง หรือ ที่อุดหู (Ear Plug)
 อุปกรณ์ประเภทนี้ มีความจำเป็นเท่ากับแว่นครับ กฎ IPSC บังคับให้ใส่จึงจะทำการแข่งขันได้ เช่นเดียวกับแว่นตาครับ หูเรามีคู่เดียวเปลี่ยนไม่ได้ อย่าเสียดายเงินเลยครับ อุปกรณ์ 2 อย่างนี้ แว่นตา+ที่ครอบหูดี ๆ ไม่เกินหมื่นหรอกครับ เสียเงินซื้อ Home Theater ติดเครื่องเสียงรถยนต์ ชุดละ เป็นแสน เสียเงินอีกไม่เกินหมื่น ถนอมหูและตาของเราเอาไว้ดูหนังฟังเพลงสนุก ๆ คุ้มกว่า ที่ครอบหูธรรมดาอันละ 7-900 บาท,Ear Plug คู่ละ 10-20 บาท หรือถ้าจะให้ดี ก็เป็นประเภท Electronic ไปเลยครับ 7-8000 บาท. อันหลังจะดีที่สุดในการแข่งขัน IPSC เพราะว่าเราสามารถได้ยินคำสั่งของกรรมการ และ สัญญาณจาก timer ได้ดีกว่า ครอบหูทั่ว ไป, และถ้ายิง Plate หรือ Popper เหล็กก็ยังได้ยินเสียงลูกปืนกระทบเหล็กด้วย ทำให้มั่นใจในการยิงยิ่งขึ้น แต่สามารถตัดเสียงที่ดังเกินกำหนดได้ เช่นเสียงปืน. นักกีฬาบางคนใส่ Ear Plug ไว้ข้างใน แล้วใช้ครอบหู Electronic ครอบอีกชั้น เป็นการป้องกัน 2 ต่อครับ แต่ยังได้ยินเสียงรอบ ๆ ตัวได้เป็นอย่างดี ประโยชน์อีกประการของการใช้ Ear Plug คู่กับ ครอบหู Electronic ก็คือ ลดอาการกระตุกไกเนื่องจากเสียงปืนได้บ้าง โดยเฉพาะกับมือใหม่ครับ ทำให้การยิงมีสมาธิมากขึ้น.

3. ซองปืน (Holster)+ซองแม็ก
 มีมากมายหลายยี่ห้อให้เลือก Limcat,Ghost, CR Speed, Arredondo, Safariland เรียงลำดับตามความนิยมของนักยิงปืน IPSC ซองแม็กที่ใช้มากที่สุดจะเป็น ของ Safariland ซองปืน IPSC นั้น จะแตกต่างจากซองปืนทั่ว ๆ ไปคือ ซองจะล๊อคที่โกร่งไกปืนเท่านั้น จะไม่มีส่วนที่หุ้มห่อปืนให้เกะกะเลย ดูแล้วไม่เหมือนซองปืน ทั้งนี้ เป็นการตั้งใจออกแบบมาเพื่อให้ชักเร็วใช้ในการแข่งขันเท่านั้น ข้อควรระวัง สำหรับซองปืนประเภทนี้คือ เวลาเอาปืนใส่ซองต้องล็๋อคให้เรียบร้อย เพราะถ้าล๊อคไม่เรียบร้อยแล้วทำปืนหล่นในระหว่างการแข่งขันอาจโดน DQ ปรับให้ออกจากการแข่งขันได้ และที่สำคัญซองชนิดนี้ต้องมีการฝึกการใช้งานที่ถูกต้อง ๆ หัดชักปืนให้ปลอดภัย ไม่ทำปืนหล่นระหว่างชัก ซึ่งจะทำให้เกิดปืนลั่นได้. สำหรับมือใหม่อาจใช้ซองทั่วไปที่ซื้อตามร้านปืนมาแข่งขันได้ ของอย่างเดียวเป็นซองปืนเหน็บเอวที่ปลอดภัยและเป็นซองประเภทปิดโกร่งไก เท่านั้นเป็นพอ สำหรับซองแม๊กต้องมีประมาณ 2-4 อันครับ.

4. เข็มขัด
 ที่ใช้ใน IPSC เป็นเข็มขัด 2 ชั้น ชั้นในจะมีเทปหนามเย็บติดไว้ ส่วนชั้นนอกจะไว้คาดซองปืน โดยจะยึดกับเข็มขัดชั้นในด้วยเทปหนามอีกที ถ้าใช้ซองปืนซื้อตามร้านปืนทั่วไปใช้เข็มขัดธรรมดาก็ได้ แต่ขอเป็นเข็มขัดหนังหน้ากว้างสัก 1.5 นิ้วกำลังดี เพราะจะได้คาดปืนได้อย่างมั่นใจ ไม่ควรใช้เข็มขัดแฟชั่นเส้นเล็ก ๆ เพราะคาดปืนแล้วชักอาจจะติดได้ เพราะเข็มขัดเส้นเล็กไปเวลาชักปืน ซองปืนจะพลิกทำให้ชักปืนไม่สะดวกครับ.

5. รองเท้า
 ควรใช้รองเท้าที่ใช้เล่น Baseball ครับ เพราะว่ามีปุ่มที่พื้นเยอะดี ทำให้เวลาวิ่งแล้วไม่ลื่นหกล้มง่าย การยึดเกาะพื้นผิวดี รองเท้า Baseball จะต่างกับรองเท้า Football ทั่ว ๆ ไป ที่ขายตามห้างครับ เพราะว่า รองเท้า Football ปุ่มที่อยู่ที่พื้นรองเท้าจะแข็งสำหรับใช้กับพื้นหญ้าอย่างเดียว ส่วนในการยิงปืน IPSC เราจะต้องเจอกับพื้นผิวหลากหลาย มีทั้งพื้นหญ้า พื้นปูน พื้นไม้ รวมทั้งบางครั้งยังเจอเหล็กอีก. รองเท้า Baseball พื้นจะเป็นยางที่ให้ตัวได้บ้าง ใช้ได้ทุกพื้นผิวครับ

6. เครื่องแต่งกาย
 เสื้อโปโล,เสื้อยืด การเกงยีนส์(หลวมหน่อย) เพราะต้องก้ม ๆ เงย ๆ ระหว่างยิง สีที่ทหารใช้โปรดหลีกเลี่ยงครับ ไม่ควรใช้ในการยิงปืน IPSC ควรใช้เสื้อผ้าที่มีสีสันหน่อย เพราะว่าเวลาเดินดูสนาม กรรมการจะได้สังเกตุได้ง่ายว่ายังมีคนเดินอยู่ในสนามจะได้ไม่สั่งให้นักกีฬาคนอื่นยิง ถ้าใช้สีทหารเดี๋ยวกลมกลืนไปกลับสนาม กรรมการมองไม่เห็นเลยสั่ง ให้นักกีฬาคนอื่นทำการยิงได้ เดี๋ยวจะวิ่งหลบกระสุนไม่ทันครับ.

7. อุปกรณ์อื่น ๆ สนับศอก สนับเข่า แบบอ่อน, หมวกแก็บ, ยาประจำตัว พลาสเตอร์, ยาล้างแผล, ปากกา, สมุดโน๊ต, ผ้าเช็ดปืน ถ้ามี VDO ไว้ถ่ายเวลาซ้อมหรือแข่งขันก็จะดีมากครับ.




เป้ากระดาษ , เป้าเหล็ก และ อุปกรณ์อื่น ๆ ใน IPSC



Classic Target  ปรกติต้องยิงเป้าละ 2 นัด เว้นแต่บางสนามที่ให้ยิงนัดเดียว คะแนนบนเป้ากำหนดไว้ดังนี้




 Major  Minor
Zone A  5 Points 5 Points
Zone C  4 Points 3 Points
Zone D  2 Points 1 Points


เป้าชนิดนี้ จะไม่มี Zone B และจะนิยมใช้กันทั่วโลก
Metric Target  ยิงเป้าละ 2 นัด เหมือนกับ Classic Target เว้นแต่บางสนามที่ให้ยิงนัดเดียว คะแนนบนเป้าเหมือนกับ classic Target แต่ว่ามี Zone B ซึ่งคะแนนจะเท่ากับ Zone C ใน Classic Target นิยมใช้ในอเมริกา และบางประเทศ เป้าชนิดนี้เป็นเป้าชนิดแรกที่ใช้ในการยิงปืนระบบ IPSC แต่ภายหลังได้มีการเปลี่ยนมาใช้ Classic Target แทน เนื่องจากเป้าชนิดนี้มีรูปร่างเหมือนมนุษย์ ทำให้เกิดการเข้าใจผิดกันว่า กีฬายิงปืนระบบ IPSC นี้ มีแต่ความรุนแรง
Pepper Popper & Classic Popper  เป้าชนิดนี้เป็นเป้าเหล็ก ยิงนัดเดียวแต่ถ้ายิงไม่โดนยิงซ้ำได้ โดยกำหนดไว้ว่า ต้องยิงจนล้มจึงจะได้คะแนน 5 คะแนน ถ้ายิงโดนแล้วไม่ล้มก็จะไม่ได้คะแนน เป้า Popper ชนิดนี้บางครั้งอาจจะมีปัญหาถกเถียงระหว่างนักกีฬากับกรรมการได้ เพราะว่าบางครั้งนักกีฬายิงไปแล้วโดนเป้าถาก ๆ แล้วไม่ล้มก็จะเข้าใจว่า ตัวเองได้คะแนนแล้วจึงไม่ยิงซ้ำ แต่ภายหลังปรากฎว่ากรรมการไม่ให้คะแนน เพราะว่าเป้าไม่ล้ม.
ปัญหาอื่นของเป้าชนิดนี้ก็คือ นักกีฬายิงโดนแล้วเป้าไม่ล้ม เนื่องจากอุปกรณ์บกพร่อง ในกรณีนี้เกิดขึ้นได้ ถ้ากรรมการเห็นว่าอุปกรณ์บกพร่องจริง กรรมการก็จะสั่งให้ Re-Shoot คือ ให้นักกีฬาได้ยิงใหม่อีกครั้ง แต่ถ้ากรรมการมีความเห็นว่าอุปกรณ์ไม่ได้บกพร่อง นักกีฬายิงไม่โดนเอง นักกีฬามีสิทธิที่จะขอพิสูจน์เป้า (Calibrate) ได้ ซึ่งกรรมการจะเอาปืน 9 มม. กระสุนความเร็วมาตรฐานทั่วไป (กระสุนที่มีขายทั่วไป ไม่ใช่กระสุนเมเจอร์ที่ใช้ในการแข่งขัน) มาทดลองยิงเป้า Popper ที่เป็นปัญหานั้นในบริเวณที่กำหนด ถ้าล้มนักกีฬาก็จะเสียคะแนนที่เป้านั้นไป ถือเป็น Miss เพราะถือว่าอุปกรณ์ไม่บกพร่อง แต่ถ้าปรากฎว่า Calibrate แล้วเป้า Popper นั้นไม่ล้ม จะถือว่าอุปกรณ์สนามบกพร่อง นักกีฬาจะต้อง Re-Shoot หลังจากแก้ไขปัญหาเรื่องอุปกรณ์แล้วเท่านั้น
ข้อกำหนดอีกประการเกี่ยวกับการ Calibrate ก็คือ ระหว่างที่เป็นปัญหานั้นห้ามผู้ใดไม่ว่าจะเป็นกรรมการหรือนักกีฬา หรือบุคคลอื่นใดแตะต้องเป้า Popper นั้นเด็ดขาด เพราะจะทำให้การตัดสินคลาดเคลื่อนได้.
 
Plates  เป้าชนิดนี้ยิงนัดเดียว จนล้ม ข้อกำหนดเหมือน เป้า Popper ทุกประการ
Hard Cover เป็นฉากทุกฉากที่จัดไว้บังเป้าบางเป้า ในสนาม เพื่อให้เกิดความยากง่ายในการยิงแตกต่างกันไป มักจะทำด้วยตาข่าย ไม้อัด หรือ วัสดุอื่น ๆ มีข้อกำหนดว่าห้ามยิงทะลุ เพราะว่าตามกฎสมมุติให้เป็นกำบังที่ไม่สามารถยิงทะลุได้ เช่นเหล็ก หรือ กำแพงซีเมนต์ ถ้ามีการยิงผ่าน Hard Cover ไปโดนเป้า ก็จะไม่ได้คะแนนในเป้าปรกติ และ จะไม่โดนตัดคะแนนในเป้าตัวประกัน และถ้าเป็นการยิงผ่าน Hard Cover ไปโดนเป้าเหล็กล้มก็จะถือว่าเป็นการบกพร่องของอุปกรณ์สนามไป (Rule No.3.2.4 Page 13)
Soft Cover เป็นฉากทีจัดไว้บังเป้า หรือ บางส่วนของเป้า สามารถยิงทะลุได้ และ จะได้คะแนน หรือ โดนตัดคะแนน เหมือนเป้าปรกติดที่ไม่มีอะไรบัง ทั้งนี้นักกีฬาต้องทำความเข้าใจในสนามก่อนว่าฉากใดเป็น Hard Cover หรือ Soft Cover แต่ส่วนใหญ่ จะเป็น Hard Cover ไม่สามารถยิงทะลุได้ Soft Cover จะมีเป็นส่วนน้อยและมีบางสนามหรือไม่มีเลย.
เป้าตัวประกัน รูปร่างเหมือนเป้าปรกติทุกอย่าง แต่จะเป็นสีขาวเท่านั้น ถ้ายิงโดนจะโดนตัดคะแนน 10 คะแนน ต่อนัด ส่วนใหญ่เป้าตัวประกันนั้นจะติดไว้หน้าเป้าธรรมดา หรือ ติดไว้หลังเป้า Popper เพื่อเป็นการเพิ่มความยากให้เป้านั้น ๆ ในกรณีที่เป้าตัวประกันติดไว้หน้าเป้าธรรมดา แล้วนักกีฬา ยิงโดน เป้าธรรมดา ที่ Zone A 1 นัด และ โดนเป้าตัวประกัน 1 นัด คะแนนจะออกมาดังนี้
ได้ 5 คะแนน ที่เป้าธรรมดา และ โดนทำโทษ 10 คะแนน ที่เป้าตัวประกัน และ ลบอีก 10 คะแนน เนื่องจาก Miss ที่เป้าธรรมดา 1 นัด กระสุนนัดที่ทะลุเป้าตัวประกันไปโดนเป้าธรรมดาจะไม่ได้คะแนน. (1 Miss, 1 ประกัน)
เป้าชนิดอื่น ๆ จะเป็นเป้าธรรมดา และ ทาสีดำบางส่วน บางที่จะเรียกว่าเป้าครึ่งตัว คะแนนเหมือนเป้าธรรมดา แต่ถ้ายิงโดนส่วนที่เป็นสีดำจะถือว่าเป็น Miss ไป.






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤหัสบดี 14 สิงหาคม 2008, 17:25:00 โดย อู๊ด สยป.ตร. » บันทึกการเข้า
อู๊ด สยป.ตร.
จงปล่อยวาง ละเว้นสิ่งที่ทำให้ชีวิตหมองหม่น
TPSC Member
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2350



ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤหัสบดี 14 สิงหาคม 2008, 14:08:28 »

 ปืนที่ใช้ในการแข่งขัน IPSC ใน Production Division



เนื่องจากมีนักกีฬายิงปืนหลายท่านมีความสนใจในการแข่งขันยิงปืนในระบบ IPSC เป็นอันมาก แต่มีข้อจำกัดในเรื่องตัวปืนและกระสุน ขณะนี้สมาคมได้มีการเพิ่ม Division ในการแข่งขันเพิ่มขึ้น นอกเหนือจาก Open และ Standard Division.
ขณะนี้สมาคมฯ ได้เปิดให้มีการแข่งขันในรุ่น Production Division ซึ่งใช้ปืนขนาด 9 มม. จากโรงงาน มาแข่งขันได้ โดยปืนรุ่นที่ใช้แข่งขันต้องเป็นรุ่นที่ระบุใน รายชื่อปืน Production เท่านั้น และมีข้อจำกัดดังต่อไปนี้

 




ขนาดกระสุนต้องไม่ต่ำกว่า 9 มม.
Power Factor ขั้นต่ำคือ 125 และ จะคิดคะแนนเป็น Minor
ความยาวของลำกล้องต้องไม่เกิน 127 มม. ( 5 นิ้ว)
ห้ามการตบแต่งภายนอก และ เปลี่ยนใส่อะหลั่ยที่ไม่ใช่อะหลั่ยจากโรงงานผู้ผลิตปืน
ห้ามเปลี่ยนใส่อุปกรณ์ภายในที่ไม่ใช่ของโรงงานผู้ผลิตปืน
อนุญาติให้มีการตบแต่งภายในของอะหลั่ยโรงงาน เช่น ปัดเงา ลบเหลี่ยม เป็นต้น (ไม่อนุญาติการเจาะพอร์ท เจาะสไลด์)
ไม่อนุญาติให้ใช้ ปืน Single action การยิงนัดแรกต้องเป็น Double Action เท่านั้น
น้ำหนักไกต่ำสุดของการยิงนัดแรก คือ - 5 lbs (2.272 kg.)
ซองปืนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น speed loaders และ ซองแม็กกาซีน ต้องอยู่ในกฏที่กำหนดไว้ และ ต้องคาดซองปืน และซองกระสุน อยู่ด้านข้างตั้งแต่บริเวณกระดูกเชิงกรานเป็นต้นไป. ระยะห่างระหว่างปืน และ ซองกระสุน ต้องไม่เกิน 50 มม. วัดจากลำตัวนักกีฬาขณะที่ยืนตามสบาย
แม็กกาซีนทั้งหมดที่ใช้ในการแข่งต้องเป็น แม็กกาซีนจากโรงงานผู้ผลิตปืน และต้องมีขนาดและลักษณะเดียวกับอันที่ติดปืนมา. แม็กกาซีนที่มีความจุกระสุนมากพิเศษไม่สามารถใช้ได้
Production Division นี้ ไม่ต้องทดสอบปืนโดยนำมาวัดในกล่องทดสอบปืน เหมือนใน Standard Division

รายละเอียดอื่น ๆ เกียวกับ Division ต่าง ๆ สามารถหาอ่านได้ ที่ Links ต่อไปนี้ http://www.ipsc.org/divlist.htm

รายชื่อปืนที่ได้รับอนุญาติให้ใช้แข่งขันใน Production Division http://www.ipsc.org/proddiv.php

ปืนตก !!! ทำอย่างไรดี


ในการแข่งขัน IPSC นั้น บางครั้งก็มีการเผลอเรอของนักกีฬาบ้างเป็นครั้งคราว ทำให้เกิดเหตุการณที่นักกีฬาทำปืนตกจากซองปืน เนื่องจากซองปืน IPSC นั้นไม่เหมือนกับซองปืนทั่วไป อย่างที่ได้กล่าวมาแล้วในบทความเรื่องอุปกรณ์ที่ใช้ในการแข่งขัน IPSC ซองปืน IPSC จะล๊อคที่โกร่งไกเท่านั้น ไม่ได้ห่อหุ้มตัวปืนไว้ จึงทำให้หล่นจากซองได้ง่าย ถ้าลืมล๊อคเอาไว้

ปืนหล่นจากซอง มี 2 ประเภท ดังนี้

1. ปืนหล่นขณะที่พร้อมทำการยิง 
หมายความว่านักกีฬาเข้าช่องยิงเตรียมทำการยิงแล้ว กรรมการสั่งให้เตรียมทำการยิงแล้ว (Load and Make Ready) ไม่ว่าจะบรรจุแม๊กกาซีนหรือไม่ ไม่ว่าจะขึ้นลำหรือเปล่า โทษสถานเดียวคือ DQ (Disqualify) ปรับเป็นแพ้ ห้ามแข่งขันต่อครับ ในกฎของ IPSC เขาใช้คำว่า "Unsafe Gun Handling" ถือว่านักกีฬาคนนั้นไม่มีความสามารถในการใช้อาวุธปืนให้ปลอดภัยครับ ถือเป็นโทษร้ายแรงมากครับ เพราะว่าตอนที่พร้อมทำการยิงนั้นส่วนใหญ่ปืนจะขึ้นลำเอาไว้ ถ้าปืนตกแล้วเกิดลั่นขึ้นมาแล้วจะเกิดอะไรขึ้นคงไม่มีใครคาดเดาได้ กรรมการจะไม่มีการพิจารณาว่าปืนขึ้นลำหรือบรรจุแม็กหรือไม่ ตอนที่ปืนตก DQ อย่างเดียว ปรกติปืน IPSC นั้นไม่ใช่จะลั่นกันง่าย ๆ หรอก แต่ใครจะเสี่ยงละครับ. ในข้อหนึ่งนี้มียกเว้น คือ สนามเทสซอง สนามประเภทนี้มีไว้เทสซองปืนของนักกีฬาว่าอยู่ในมาตรฐานหรือไม่ โดยจะบังคับให้นักกีฬา นำปืนใส่ซอง โดย ไม่ขึ้นลำ และ ไม่บรรจุแม็กกาซีน มีแต่ปืนเปล่า ๆ ในซองปืน เมื่อได้รับสัญญาณจากกรรมการนักกีฬาจะต้อง วิ่งขึ้นบันไดแล้วกระโดดลงมา หรือ กระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง แล้วแต่สนามจะออกแบบมา ก่อนทำการบรรจุแม็กและขึ้นลำ แล้วทำการยิงในสนามนั้น ๆ ต่อไป ถ้าเกิดปืนหล่นในสนามนี้จะไม่โดน DQ แต่สนามนี้จะไม่ได้คะแนนเลยครับ และยังต้องทำการแก้ไขซองให้ปลอดภัยได้มาตรฐาน ถึงจะให้ทำการยิงในสนามต่อไปได้ครับ.

2. ปืนหล่นขณะที่ยังไม่ได้พร้อมยิง หมายความว่า ขณะที่นักกีฬาคนนั้น ๆ ยังไม่ได้เข้าช่องยิง เดินดูสนามก็ดี เดินทำธุระส่วนตัวก็ดี อยู่ในห้องน้ำก็ดี โดยที่ปืนไม่ได้มีแม็กกาซีนอยู่ในปืน (ปรกติถ้าปืนคุณมีแม็กกาซีนบรรจุอยู่ โดยที่กรรมการยังไม่ได้สั่ง ก็โดน DQ แล้วครับ) แล้วทำปืนหล่น อันนี้ยังไม่โดน DQ ครับ แต่ต้องมีขั้นตอนตามนี้ครับ.







 
แจ้งให้กรรมผู้ควบคุมสนามทราบ
กรรมการผู้ควบคุมสนาม จะมาทำการเคลียสถานที่ โดยให้นักกีฬาทุกคนออกไปจากบริเวณนั้น เพื่อความปลอดภัย

กรรมการผู้ควบคุมสนาม จะเป็นผู้หยิบปืนที่หล่นนั้นขึ้นมาเอง (ห้ามนักกีฬาหยิบปืนขึ้นมาเองเด็ดขาด ฝ่าฝืน DQ ครับผม) และกรรมการผู้นั้นจะต้องตรวจปืนว่าปลอดภัย โดยการเช็คว่าไม่มีแม็กกาซีน และ ไม่ได้ขึ้นลำเอาไว้.
 

กรรมการผู้ควบคุมสนามจะเป็นผู้นำปืนใส่ซองให้นักกีฬาเอง หลังจากได้ตรวจว่าปืนปลอดภัยแล้ว เป็นอันเสร็จพิธี

ปรกติแล้ว ถ้ากรรมการผู้ควบคุมสนามเห็นว่า นักกีฬากำลังจะหยิบปืนใส่ซองเอง กรรมการจะเตือนไม่ให้ทำอย่างนั้น แต่ถ้านักกีฬาไม่ได้ยินหรือไม่ทันฟัง แล้วไปหยิบปืนเองก็ช่วยไม่ได้ครับ มีคนโดนมาแล้วทั้ง ๆ ที่ กรรมการและเพื่อนนักกีฬาพยายามตะโกนเตือนแล้ว
ข้อหลังนี้ จำไว้อย่างเดียว อย่าหยิบปืนมาใส่ซองเองเด็ดขาด เพราะว่านักกีฬาหลายตนต้องโดน DQ ไปอย่างน่าเสียดายเพราะเผลอไปหยิบปืนเอง

อ่านแล้วคงจะหงุดหงิดบ้างนะครับ เพราะเอะอะก็จะ DQ ท่าเดียว ที่ต้องย้ำนักย้ำหนาเพราะต้องการให้เกิดความปลอดภัยในการฝึกซ้อมและแข่งขันครับ นักกีฬา 1 คน ต้องเสียค่ารถ-ค่าเครื่องบิน, ค่าสมัคร, ค่ากระสุนปืน ยังไม่นับที่ต้องเสียเวลา+กระสุนปืนซ้อมอีก ถ้ามาโดน DQ ก็คงจะหงุดหงิดมากกว่านี้หลายเท่า.

ยังครับ เรื่อง DQ ยังมีเรื่องให้โดน DQ อีกหลายเรื่องครับ วันนี้เอาเท่านี้ก่อน.. สวัสดีครับ









« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤหัสบดี 14 สิงหาคม 2008, 17:17:26 โดย อู๊ด สยป.ตร. » บันทึกการเข้า
อู๊ด สยป.ตร.
จงปล่อยวาง ละเว้นสิ่งที่ทำให้ชีวิตหมองหม่น
TPSC Member
Hero Member
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2350



ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤหัสบดี 14 สิงหาคม 2008, 21:28:34 »

การแต่งกาย
ของดิวิชั่นต่างๆ
แตกต่างกัน อย่างไร
ช่วยตอบที่ครับผู้รู้



















« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤหัสบดี 14 สิงหาคม 2008, 22:19:47 โดย อู๊ด สยป.ตร. » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.5 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!